การเลือกแร็กเก๊ตโดยพิจารณาจากน้ำหนักและความสมดุล

อุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่นเทนนิส ถือเป็นส่วนสำคัญในการเล่นหรือการแข่งขัน ดังนั้นผู้เล่นจึงจำเป็นต้องเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับผู้เล่นให้ได้มากที่สุด เพื่อประสิทธิภาพในการเล่นที่ดี  จากการวิเคราะห์ของ ดร.คาร์ล เฮดริก และคณะ ที่ได้ทำการวิเคราะห์ขนาดของไม้เทนนิสที่มีผลต่อความกว้างของบริเวณจุดกระทบกลาง ที่มีผลต่อแรงสั่นสะเทือนในขณะที่ไม้กระทบกับลูกบอล ที่ส่งผ่านมายังมือและแขนของผู้ตี ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับโครงสร้างของไม้เทนนิส เพื่อให้ไม้เทนนิสนั้นรับแรงสั่นสะเทือนไปให้มากที่สุด ซึ่งการสั่นสะเทือนนี้เองจะทำให้ผู้เล่นเกิดการเจ็บบริเวณข้อศอกและหากแล่นไปเป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้

ดังนั้นการเลือกแร็กเก๊ตหรือไม้เทนนิสจึงจำเป็นอย่างมาก ซึ่งน้ำหนักของแร็กเก๊ตส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ 11-12 ออนซ์(Light)และ 12-13 ออนซ์(Medium) ควรเลือกไม้ที่มีน้ำหนักที่พอเหมาะ มีความคล่องตัวในขณะที่เหวี่ยงไปมา ซึ่งความผิดพลาดส่วนใหญ่ของผู้ที่เล่นกีฬานี้มักเลือกแร็กเก๊ตที่มีขนาดที่ผิดและไม่เหมาะกับตน อาจจะหนักหรือเบาจนเกินไป ทำให้การตีลูกนั้นไม่ดีเท่าที่ควร

เรื่องความสมดุลของแร็กเก๊ตก็สำคัญไม่แพ้กัน ลักษณะแร็กเก๊ตที่มีหัวเบาจะเล่นง่ายและเป็นที่นิยมของผู้เล่นลักญะณะ Serve and volley แต่ในขณะที่แร็กเก๊ตที่มีหัวหนัก จะให้ความแม่นยำในการตีแบบตีท้ายคอร์ท ซึ่งในการตรวจสอบความสมดุลของแร็กเก๊ตให้จับแร็กเก๊ตในลักษณะที่หัวตั้งขึ้น แล้วตวัดขึ้นลง เพียงเท่านี้ก็จะตรวจสอบความสมดุลของไม้เทนนิสได้